Shufuchan

มาดูกันว่า ปกติสามีญี่ปุ่นได้เงินค่าขนมติดกระเป๋าเฉลี่ยกันเดือนละเท่าไหร่

[ชีวิตแต่งงานสามีญี่ปุ่น] 

สามีญี่ปุ่นได้เงินค่าขนมติดกระเป๋าเฉลี่ยกันเดือนละเท่าไหร่


ถ้าพูดถึงคำว่า ค่าขนม (お小遣い : okozukai โอะโคะซึไค)

เชื่อว่าหลายคนคงจะคิดย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ สมัยใสๆ ในวัยเรียนและแล้วภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มตอนที่ได้รับเงินค่าขนมก็ลอยขึ้นมาใช่รึเปล่าคะ

แต่ทราบกันหรือไม่คะว่า ในครอบครัวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้มีเพียงแค่ค่าขนมสำหรับลูกเท่านั้นแต่ยังมีค่าขนมสำหรับสามีและภรรยาด้วย ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ ใช่ไหมคะ 

l_02

บทความวันนี้ชุฟุจังจะคุยถึงเรื่องค่าขนมของสามีญี่ปุ่น

ขอถามผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเลยละกันนะคะ

ปกติคุณสามีที่บ้านได้รับเงินค่าขนมกันเท่าไหร่เอ่ย??
อ๊ะโห!! เล่นมาถามกันตรงๆ แบบนี้ ใครจะกล้าตอบใช่ไหมคะ

แต่เอาจริงๆ มันเป็นคำถามที่แม่บ้านหลายคนอยากรู้ว่า

ปกติบ้านอื่นกำหนดเงินค่าขนมสามีกันเดือนละเท่าไหร่?

ซึ่งชุฟุจังก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะรู้ด้วยเหมือนกัน (อิอิ) 

ว่าแล้วเราไปอ่านกันดูเลยว่า แม่บ้านญี่ปุ่นให้เงินค่าขนมสามีกันเท่าไหร่


ผู้ชายญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่หลังจากแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เรื่องการบริหารเงินในบ้านจะมอบหมายให้ภรรยาเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนตัวเองก็มีหน้าที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและจะได้รับเงินค่าขนม (お小遣い : okozukai โอะโกะซึไก) สำหรับใช้จ่ายส่วนตัวเองchokin_kakeibo

     กรณีที่ภรรยาเป็นชาวต่างชาติ เท่าที่ทราบส่วนใหญ่สามีจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด หรือจัดสรรเงินให้ภรรยาแค่บางส่วน เช่น เงินค่าขนมให้ค่าขนมภรรยาเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว เงินค่าใช้จ่ายในบ้าน (ค่าอาหาร ค่าข้าวของจิปาถะในบ้าน) บางบ้านให้ภรรยาใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อของที่ต้องการรวมถึงของใช้ในบ้านด้วย

ส่วนค่าขนมของสามีนั้นเขาจะเป็นคนกำหนดเอง แต่ก็มีบางบ้านที่ให้ภรรยาต่างชาติคุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งกรณีนี้ชุฟุจังมองว่าภรรยาที่ทำได้ต้องค่อนข้างละเอียด มีความรับผิดชอบสูงและบริหารเงินได้เก่งทีเดียว ซึ่งชุฟุจังยังไม่สามารถทำได้ขนาดนั้น 55

      สำหรับการกำหนดจำนวนเงินค่าขนมนั้น ไม่มีมาตรฐานตายตัวว่าให้เงินสามีเท่านี้จะน้อยไปหรือมากไป บางบ้านให้สามี 1 หมื่นเยน (ประมาณ 3,000กว่าบาท) บางบ้านให้สามี 30,000-40,000 เยน(ประมาณ 10,000-14,000 บาท) ซึ่งจำนวนนี้ถือเป็นค่าเฉลี่ยที่สามีญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้รับโดยจะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของครอบครัวในแต่ละเดือน และขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารเงินของภรรยาด้วย

ทั้งนี้ก็ต้องดูปัจจัยอื่นอีกเช่นว่า เงินค่าขนมจำนวนนี้
■ รวมค่าอาหารกลางวันไหม?
■ รวมค่ากินเลี้ยงสังสรรค์กับที่บริษัทหรือที่เรียกว่า 飲み会 (nomikai โนะมิไก) หรือไม่?

นอกจากนี้พฤติกรรมนิสัยการใช้เงินของสามีก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

shinnenkai_salaryman

**แนะนำวิธีกำหนดเงินค่าขนมแบบที่เหมาะสมที่สุด คือ กำหนด 7-10% ของยอดเงินเดือนที่ได้รับหลังหักภาษี**

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าได้รับเงินเดือน 200,000 เยน (20万 นิจูมัง ประมาณ 70,000 บาท) ก็เท่ากับจะได้รับเงินค่าขนม 20,000 เยน(7,000) เป็นต้น 

(ปล.หากใครจะแต่งงานกับคนญี่ปุ่น ชุฟุจังคิดว่าอาจจะต้องคุยตกลงกันเรื่องเงินค่าขนมสามีภรรยากันให้ดีก่อนจะดีกว่าค่ะ)


ต่อไปมาดูข้อมูลเงินค่าขนมโดยเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นกันเลยดีกว่า

จากผลสำรวจเกี่ยวกับเงินค่าขนมผู้ชายญี่ปุ่นต่อเดือนโดยธนาคารชินเซ(新生銀行)ในปี 2015 มีดังนี้

  • เงินค่าขนมโดยเฉลี่ยของซารารี่แมน (มนุษย์เงินเดือน) อยู่ที่ 37,642 เยน (ประมาณ 13,100 บาท) ซึ่งมีจำนวนต่ำกว่าในยุคฟองสบู่แตกในปี 1990 ที่เงินค่าขนมเฉลี่ยอยู่ที่ 77,000 เยน (ประมาณ 39,000 บาท)

  • ต่อมาในปี 2000 เฉลี่ยอยู่ที่ 59,000 เยน (ประมาณ 20,600 บาท) ปี 2005 เฉลี่ยอยู่ที่ 41,000 เยน (ประมาณ 14,000 บาท) จนมาถึงปี 2015 เฉลี่ยอยู่ที่ 37,000 เยน(ประมาณ 12,900 บาท) จะเห็นว่ามีจำนวนลดลงเรื่อยๆ 

  • เงินค่าขนมโดยเฉลี่ยของซารารี่แมนที่ยังโสด อยู่ที่ 43,573 เยน/เดือน (ประมาณ 15,200 บาท)

  • เงินค่าขนมสามีโดยเฉลี่ยกรณีไม่มีลูกและทำงานทั้งคู่ อยู่ที่ 41,962 เยน (ประมาณ 14,600 บาท)

  • เงินค่าขนมสามีโดยเฉลี่ยกรณีไม่มีลูกและภรรยาเป็นแม่บ้าน อยู่ที่ 39,408 เยน (ประมาณ 13,700 บาท)

  • เงินค่าขนมสามีโดยเฉลี่ยกรณีมีลูกและทำงานทั้งคู่ อยู่ที่ 31,620 เยน (ประมาณ 11,000 บาท)

  • เงินค่าขนมสามีโดยเฉลี่ยกรณีมีลูกและภรรยาเป็นแม่บ้าน อยู่ที่ 27,006 เยน (ประมาณ 9,400 บาท)


◆เรามาดูกรณีตัวอย่างของสามีภรรยาญี่ปุ่นเรื่องเงินค่าขนมสามีจากคำถามที่ว่าให้เงินค่าขนมสามีเท่าไหร่? สามียอมรับไหม? กำหนดเงินจำนวนนั้นอย่างไร?

① การตกลงยอมรับถือเป็นสิ่งสำคัญ (จากแม่บ้านอายุ 20 ปลายๆ) 

       จริงๆ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว ปกติจะบริหารเงินแบบไม่ได้กำหนดเงินค่าขนม จะเป็นแบบว่าพอเงินสดในมือหมดก็จะถอนมาใช้ ที่ใช้วิธีแบบนี้เพราะสามีบอกว่าระบบกำหนดเงินค่าขนมจะทำให้เขาไม่มีแรงกระตุ้นอยากทำงาน ซึ่งฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ก็เลยใช้ระบบพอเงินหมดก็ถอนมาเติมซึ่งเขาก็ยอมรับและพอใจ ส่วนเงินค่าขนมที่ให้สามีจะสำหรับใช้เป็นค่าอาหารกลางวัน ค่าบุหรี่ ค่าน้ำมันรถเดินทางไปทำงาน ค่ากินเลี้ยงสังสรรค์กับบริษัท เป็นต้น รวมแล้วก็เป็นจำนวนเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าต้องการของอย่างอื่นนอกจากนี้ก็ต้องมาปรึกษากัน 

      แต่หลังจากแต่งงานมีลูกแล้ว ช่วงแรกก็คุยกันว่าจะต้องปรับเปลี่ยนการบริหารเงินกันใหม่ และได้บอกกับสามีไว้ล่วงหน้าว่าอาจจะต้องกำหนดเงินค่าขนมตายตัวโดยให้ไปบริหารเอง แต่สุดท้ายก็บริหารแบบเดิมเพราะบริหารแล้วยังมีเหลือใช้ (หมายถึงว่าถ้าบริหารแล้วไม่เหลือ ก็คงต้องกำหนดเงินค่าขนมตายตัว)  

②สามีไม่ค่อยอยากได้อะไร เงินค่าขนมให้สามี 15000 เยน (ประมาณ 4,000กว่าบาท) (จากแม่บ้านอายุ 30 ปลายๆ) 

       ตอนแต่งงานช่วงแรกถ้าเรื่องเงินค่าขนม แต่สามีบอกว่าไม่เอา แต่ฉันรู้สึกไม่ชอบถ้าต้องมายื่นให้ตอนมีค่าใช้จ่ายจุกจิกของสามี ก็เลยเสนอไปให้ 3 หมื่นเยนและฉันรู้สึกตกใจกับสามีเพราะสามีตอบกลับมาว่า ขอแค่ 1 หมื่นเยนก็พอ สามีชอบตีกอล์ฟและจะบอกขอ 1 หมื่นเยนแค่ตอนไปตีกอล์ฟเท่านั้น ก็เลยให้ค่าขนมสามีเดือนละ 1 หมื่นเยน และสามีเป็นคนไม่สูบบุหรี่ ส่วนอาหารกลางวันก็หิ้วเบนโตะไปกินที่ทำงาน ส่วนค่าเลี้ยงสังสรรค์กับบริษัทนั้นจะมีอยู่แล้วจากการสะสมเงินสำหรับส่วนนี้หักจากเงินเดือน ฉะนั้นจึงไม่ต้องให้เงินส่วนนี้เพิ่ม และฉันให้เงินสามีสำหรับเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดโอนเข้าบัญชีแยกให้ต่างหาก ซึ่งเงินส่วนนี้สามีก็สามารถนำไป ใช้อิสระได้ และหลังจากนั้นฉันก็เพิ่มเงินค่าขนมให้สามีเป็น 1 หมื่น 5 พันเยน เนื่องจากหน้าที่การงานที่สูงขึ้น

     มีบางช่วงที่สามียุ่งๆ ก็จะไม่ค่อยได้ไปตีกอล์ฟทำให้ไม่ค่อยได้ใช้เงินค่าขนม และเมื่อเงินโบนัสออกปีละ 2 ครั้ง ฉันก็ยื่นให้ค่าขนมสามีจำนวน 1หมื่น ถึง 2 หมื่นเยน (ประมาณ 3000 ถึง 7000 บาท) สรุปแล้วตอนนี้ฉันรู้สึกว่าสามารถบริหารเงินได้เหลือเก็บเพราะสามีที่ไม่ค่อยฟุ่มเฟือย 

③ มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เงินค่าขนมสามีเดือนละ 2 หมื่นเยน (ประมาณ 7000 บาท) (จากแม่บ้านอายุ 20 ปลายๆ) 

พอมีลูก เงินค่าขนมสามีเหลือเดือนละ 2 หมื่นเยน ซึ่งก่อนหน้านี้ให้ 3 หมื่นเยน (ประมาณ 10000 บาท)และเพราะเงินเดือนสามีไม่มากเท่าไหร่ จะใช้มากกว่านี้ก็คงลำบาก และถ้าให้เงินค่าขนมสามีมากเกินไปก็จะใช้แบบไม่คิดอะไร ฉะนั้นคิดว่าให้น้อยๆ ไว้จะดีกว่า และถ้าสามีคิดว่าโหดร้ายและไม่พอใจก็คงคิดว่าถ้าอยากใช้เงินมากกว่านี้ก็คงต้องให้สามีทำงานหาเงินให้ได้มากกว่านี้ด้วยเช่นกัน 

ต่อจากนี้ไปค่าใช้จ่ายลูกก็จะเพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะกดเงินค่าขนมสามีเพื่อประหยัดไว้ซึ่งดูเหมือนว่าสามีจะไม่ค่อยพอใจแต่ก็อยากจะให้สามีเรียนรู้วิธีคิดในการใช้เงินในจำนวนที่มีจำกัดด้วย ฉะนั้นอยู่ๆ ถึงแม้จะมาบอกว่า “เงินไม่พอ” ยังไงฉันก็ไม่เพิ่มค่าขนมให้หรอกนะ

④ เพิ่มให้เป็น 9 หมื่นเยนต่อเดือน (ประมาณ 43,000 บาท) (จากแม่บ้านอายุ 40 ปลายๆ) 

ก่อนถึงช่วงหลังๆ นี้ให้เงินค่าขนมสามีอยู่ที่ 5 หมื่นเยน และมีให้เงินพิเศษตอนเงินโบนัสออกด้วย งานของสามีคือ ธุรกิจส่วนตัว(自営業 jieigyou) ฉะนั้นจึงไม่มีค่าอาหารกลางวัน แต่ดูเหมือนจะเอาเงินค่าขนมไปใช้กับงานอดิเรกที่ชอบก็คือ การตกปลา ส่วนลูกๆ ก็อยู่ในช่วงวัยที่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจึงคิดว่าคงจะดีกว่านี้ถ้าหมุนเงินค่าขนมมาเป็นเงินออมได้อีกสักหน่อยแต่ดูเหมือนว่างานอดิเรกเป็นการคลายเครียดจากงานในแต่ละวัน ฉะนั้นถ้าสามีรีเฟรชแล้วพยายามทำงานได้ดีก็คิดว่าคงปล่อยไปตามนั้น  

แต่มีข้อแม้ว่าถ้าใช้เกินจำนวนที่ให้ไปแล้วบอกว่าไม่พอ ก็จะไม่มีการให้เงินค่าขนมเพิ่มอีก เงินส่วนที่ให้ถือว่าเยอะแล้ว ฉะนั้นเท่าเป็นการบอกว่า กรุณาบริหารเงินจำนวนนี้ด้วย แม้ตัวฉันเองถึงจะได้เงินค่าขนมแต่ก็เอาเก็บออมจำนวนหนึ่งและเตรียมไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ตกปลาราคาแพงๆ ได้อีกด้วย 

⑤ ให้สามีบริหารเงินค่าขนมจาก 10% ของเงินเดือน (จากแม่บ้านอายุ 30 ปลายๆ) 

เงินเดือนก่อนหน้านี้ได้รับมากกว่าปัจจุบันเป็นจำนวน 1 แสนเยนขึ้นไปก็เลยให้ค่าขนมสามีเดือนละ 5 หมื่นเยน แต่ตอนนี้ลำบากขึ้นกว่าเดิมเพราะเมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีค่าโอทีให้แล้ว และเมื่อเงินเดือนลดลงจึงเป็นมาให้เงินค่าขนมเป็น 10 ของเงินเดือนคือเดือนละ 35,000 เยน (ประมาณ 12,000 บาท) และค่าใช้ง่ายในงานอดิเรกของตัวเองก็ให้ใช้จากเงินค่าขนมนี้ด้วย 

สำหรับตอนนี้บริหารเงินโดยการหลีกเลี่ยงไม่ใช้สิ้นเปลือง มีการเลี่ยงออกไปกินข้าวนอกบ้าน สามีเลี้ยงมื้อกลางวันให้พวกเราจากเงินค่าขนมของเขาและซื้อของเล่นให้ลูกด้วย การที่สามีทำแบบนั้นคิดว่าเขาเข้าใจสภาพการเงินของครอบครัวที่ต้องประหยัดช่วยกัน ส่วนตัวฉันเองก็พยายามเก็บเงินโดยไม่ใช้จ่ายจนเกินไป และคิดว่าต้องขอบคุณสามีที่ปรับปรุงวิธีการใช้เงินด้วย


ทีนี้อยากรู้กันไหมคะว่า สามีญี่ปุ่นนำเงินค่าขนมที่ได้รับ ไปทำอะไรบ้าง

(旦那さんのお小遣いの使い道 dannasan no okozukai no tsukaimichi)

ผลสำรวจข้อมูลจากเว็ปไซต์ https://epark.jp  สอบถามคุณแม่บ้าน 50 คน ว่าสามีเอาเงินค่าขนมไปใช้ทำอะไร

อันดับ 1  งานอดิเรก กิจกรรมที่ชื่นชอบ (趣味 shumi) 31 เสียง 

อันดับ 2 บุหรี่ เหล้าต่างๆ (タバコ、お酒など) 22 เสียง

อันดับ 3 กินเลี้ยงสังสรรค์(飲み会 nomikai ) 21 เสียง 

อันดับ 4 อาหารกลางวัน (昼食 chuushoku) 19 เสียง

อันดับ 5 ค่าความบันเทิง (娯楽費 gorakuhi) 13 เสียง  (เช่น ปาจิงโกะ เกมส์ คาราโอเกะเป็นต้น)

อันดับ 6 เสื้อผ้า (衣服 ifuku) 8 เสียง

และอื่นๆ  1 เสียง

สามีชุฟุจัง ก็น่าจะอยู่อันดับ 1 เพราะชอบตกปลา ชอบซื้อของที่ตัวเองอยากได้

และ อันดับ 5  ชอบใช้จ่ายตอนไปท่องเที่ยววันหยุดกับครอบครัว เช่น ค่าอนเซน ก็จะใช้กับพวกกินเที่ยวซะเยอะกว่า

ส่วนอันดับ 3 นี่ไม่มีเลย เพราะกินเหล้าไม่เป็น และเป็นคนไม่ชอบสังสรรค์ 


อ่านบทความแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ

พอจะเห็นภาพโดยรวมเกี่ยวกับการบริหารเงินของภรรยาญี่ปุ่น

และการให้เงินค่าขนมสามีกันไปแล้วใช่ไหมคะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ

แล้วมาพบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ

ถ้าถูกใจบทความนี้ช่วยกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้ชุฟุจังด้วยนะคะ

แปลและเรียบเรียงโดยชุฟุจัง

ที่มาข้อมูล bijoh.commoomii.jp

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts