คุยสัพเพเหระกับชุฟุจัง#2 : ตัดสินใจถูกหรือผิดที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น‬มาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น

คุยสัพเพเหระกับชุฟุจัง#2 : ตัดสินใจถูกหรือผิดที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น‬มาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะ ทุกคนที่ติดตามเพจและบทความในเว็ปไซต์ชุฟุจัง

“คุยสัพเพเหระกับชุฟุจัง” ในวันนี้ขึ้นหัวข้อเรื่องมาก็แบบ อุย! เอ่อ! อะไรยังไง !!

โดยเฉพาะคนที่กำลังคิดจะแต่งงานกับคนญี่ปุ่นหรือคนที่ตัดสินใจแต่งงานแล้ว

 

ปกติก่อนแต่ง ส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นพบกับความหวานชื่นมีแต่รูปหัวใจรอยเต็มรอบตัวไปหมดเนอะคะ

แต่ชีวิตหลังแต่งแล้วย้ายมาอยู่ต่างแดนด้วยสิ มันคงไม่ได้โรยด้วยกุหลาบไปตลอดทางแน่นอน
ยิ่งชีวิตในต่างแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน ภาษาก็ไม่ใช่ภาษาพ่อแม่เรา วัฒนธรรมความคิดก็ต่างกัน

แล้วเราจะอยู่ได้ไหม อนาคตหลังแต่งจะเป็นอย่างไร  คือรักก็รักนะ อยากอยู่ด้วยกัน แต่ก็กังวลไปหมด

ใครเคยเป็นแบบนี้บ้าง หรือ กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้อยู่บ้าง

วันนี้จะขอมาเล่าย้อนไปสมัยตัดสินใจแต่งงาน

จากประสบการณ์การตัดสินใจแต่งงานมาอยู่ญี่ปุ่นของชุฟุจัง

ปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ส่งผลต่อชีวิตในต่างแดนของเรา

บอกได้คำเดียวคือ “สามี “ ขึ้นอยู่กับคนๆนี้ค่ะ
สามีจะเป็นบุคคลที่จะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลต่อชีวิตเราอย่างมากมาย

ฉะนั้นถ้าเรามั่นใจว่า “คนที่เราเลือกเป็นสามี เขาเข้าใจความรู้สึกและสามารถดูแลเราได้ อาจต้องยอมลำบากกว่าสามีญี่ปุ่นทั่วๆไปที่ไม่ได้แต่งงานกับคนต่างชาติ” 

เราก็ไม่ต้องลังเล…รีบตอบตกลงไปเลยค่ะ ก่อนที่จะมีคนอื่นจะตัดหน้าไปซะก่อน อิอิ

(เพราะเมื่อเราย้ายมาอยู่ใหม่ๆ เรายังไม่สามารถทำอะไรเองได้ทุกอย่าง ต้องปรับตัวทั้งเรื่องภาษาและการชินกับการใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมใหม่ ความเข้าใจความคิด มารยาท และวัฒนธรรมคนญี่ปุ่นฉะนั้น สามีต้องคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นเราต้องพยายามเรียนรู้และฝึกฝนทำเองให้ได้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตได้สุข สนุกเป็นอิสระมากขึ้น)


(บันทึกนี้เขียนในปี 2016)

ว่าไปหลังๆ มานี้เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำนวนโรงงานญี่ปุ่นในไทย

และบริษัทจัดหาคู่และอื่นๆ ที่เอื้อให้การพบเจอและพบรักกันไม่ใช่เรื่องยากและแปลกอีกต่อไป
ทำให้มีจำนวนคนไทยแต่งงานกับคนญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

และคิดว่าอนาคตต่อๆไป จำนวนแม่บ้านไทยในญี่ปุ่นก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
ตั้งแต่รุ่นน้องใหม่รุ่นพี่รุ่นป้าไปจนถึงรุ่นยาย(มีเปล่าไม่รู้นะคะ) ก็มากันเป็นรุ่นๆ ไป

รุ่นชุฟุจัง น่าจะยังอยู่ระหว่างรุ่นน้องใหม่ตอนปลายจนถึงรุ่นพี่ตอนต้น เพราะอยู่มาเข้าปีที่ 4 แล้ว แต่จะบอกว่ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นอีกเยอะมากๆ

เกริ่นนอกเรื่องมาซะยาว เข้าสู่คำถามหัวข้อเรื่องกันเลยนะคะ
 “ตัดสินใจถูกหรือผิดที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่นและมาใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่น”

เพราะอะไรถึงตัดสินใจตกลงแต่งงาน

สำหรับการตัดสินใจแต่งงานมาอยู่ญี่ปุ่นของชุฟุจัง ขอเลือก “ถูก” ค่ะ เพราะส่วนหนึ่งเลยคือดันนะจังที่ดูแลดีมาก (ณ ตอนนี้นะ 55) ทำให้ชีวิตผู้หญิงตัวน้อยๆตาดำๆ คนนี้มีความสุขขึ้นกว่าตอนโสดเยอะเลย แถมได้ยกระดับจิตใจขึ้นจากการซึมซับด้านดีของสังคมญี่ปุ่น คือ เป็นคนที่นึกถึงคนอื่นมากขึ้น ใจเย็นและคิดรอบคอบมากขึ้น

ตัดสินใจแต่งเพราะ..?!?!
เอาจริงๆ ตอนนั้นจะไม่มีเงินเก็บแล้วว เพราะเสียค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ทำงานเป็นล่ามเลขานายญี่ปุ่นอยู่ที่ไทย เงินเดือนดี โบนัสออกก็ไม่ได้เก็บเงิน ไปๆมาๆ หาสู่กันอยู่ตลอด 5 ปี คิดดูสมัยนั้นค่าเครื่องบินแพงมาก ตั๋วไปกลับ สองสามหมื่นๆ บางช่วงสามหมื่นกว่าบาทก็ยอม 55 เอาเป็นว่าตกลงปลงใจสร้างเนื้อสร้างตัวไปด้วยกันเลยดีกว่า

ประหยัดค่าตั๋วดี 55 นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งแต่เหตุผลหลักๆ คือ เชื่อว่า แต่งงานกับคนนี้ชีวิตจะดีขึ้น ใช้หลักเกณฑ์ง่ายๆ เลย คือ สัญชาตญาณของตัวเอง  ดูว่าเค้าเป็นคนรักครอบครัวไหม ใจดีกับแค่เราหรือเปล่า หรือใจดีกับเพื่อนเรา ครอบครัวเราด้วย เช็คๆๆ

สรุป คือ เราเชื่อมั่นในตัวดันนะจังว่าจะเลี้ยงเราและเราก็จะช่วยกันสร้างฐานะประคองชีวิตในต่างแดนให้ผ่านไปได้ด้วยกัน (ออกแนวนิยายรักต่างแดนละ อิอิ) และด้วยความครอบครัวไม่ได้มีฐานะดีอะไร ก็เลยคิดว่าลำบากนิดหน่อยไม่เป็นไร หรือตอนนั้นความรักทำให้คนตาบอดก็ไม่รู้เนาะ 55

ก่อนหน้าจะตัดสินใจ ก็มีกังวลใจเยอะมาก ฟังคนนั้นเล่าอ่านเรื่องคนนี้มาก็แบบรู้สึกว่าเราจะเจอแบบนั้นไหมน้อ เช่น คนญี่ปุ่นเหยียดต่างชาติ ลูกจะโดนแกล้งที่โรงเรียน

เอาจริงๆ แต่ละคนก็มีประสบการณ์เจอคนดีไม่ดีแตกต่างกันไป
เราอย่าคิดกังวลจนเกินไปจะดีกว่าเนอะคะ

และตอนนั้นก็คุยปรึกษากันเยอะมากๆ
ทั้งเรื่องว่าไปอยู่แล้วถ้ายังไม่มีงานทำจะเลี้ยงเราได้ไหม เงินทองค่าใช้จ่ายในบ้านจะให้เราจัดการอย่างไร

พ่อแม่ญาติพี่น้องเค้าดีกับเราไหม ไปอยู่แล้วจะทำมาหากินอะไร

และมีคุยด้วยว่าจะให้ดันนะจังลาออกมาหางานที่ไทย ชุฟุจังตอนนั้นทำงานตำแหน่งดีเงินเดือนใช้ได้ เสียดายงานมากก ไม่อยากลาออกเลยจริงๆ

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า “ไม่อยากกลับไปทำงานประจำแล้วจริงๆ55”

 

แต่มาถึงจุดนี้ปี 2020 แต่งงานครบรอบ 8 ปีแล้ว แม้จะมีทะเลาะกันไม่เข้าใจกัน

แต่ก็ยังรู้สึกว่า โชคดี และ คิดถูกที่แต่งงานกับดันนะจังและมาใช้ชีวิตที่นี่ 

มีบางช่วงที่ท้อมาก แต่ก็ผ่านมาได้ ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ 

ประสบการณ์การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น การได้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ เกิดจากการเติมความรู้พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จนความคิดก็ค่อยๆ เปลี่ยน

จากตอนแรกหวังให้สามีต้องเข้าใจและช่วยเหลือเรานะ

สักพักรู้สึกต้องสตรอง ฉันต้องเข้มแข็ง แต่ข้างในมันก็มีมุมที่อ่อนแอ

แต่ยิ่งสตรองยิ่งรู้สึกกดดันตัวเองหนักมาก เชื่อว่า คนที่แต่งงานอยู่ต่างแดนคงจะเป็นคล้ายกันเยอะ เพราะขาดอิสระ เลยอยากมีอิสระ แต่ยิ่งพยายามยิ่งกลายเป็น ส่งผลทำให้กดดันตัวเอง และมีผลต่อความสัมพันธ์กับตัวเอง และความสัมพันธ์ห่างเหินกับคนในครอบครัวในที่สุด เราเหมือนยังไม่มั่นใจตัวเอง ไม่เห็นคุณค่าตัวเองอย่างจริงจัง

พอเราเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเอง เข้าใจตัวเอง มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนขึ้น

ทำให้เรารู้สึกอิสระขึ้นเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ตอนนี้ครอบครัวแฮปปี้มาก ความสัมพันธ์สามีภรรยาก็แนบแน่นขึ้นกว่าเดิมอีก

รู้สึกมีความสุขและสนุกกับชีวิตในญี่ปุ่นแบบหัวใจพองฟูขึ้นมากๆ

แม้ชีวิตแม่บ้านในญี่ปุ่นไม่ง่ายไม่สวยหรูไม่ได้สบายอย่างที่หลายคนคิด

แต่ถ้าเราคิดว่า ชีวิตสุขอิสระเราออกแบบและสร้างได้

เราก็จะสร้างมันได้ตามที่คิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคิดและการตัดสินใจเลือกของเราค่ะ


สรุป…พอคิดภาพชีวิตหลังแต่งคร่าวๆ ว่าคงจะไปรอดและดีกว่าชีวิตปัจจุบัน

และวางแผนทุกอย่างเรียบร้อย ก็จัดไปเลยค่ะ
ตกลงแต่งงาน..happy ending ?!??

จบ ปูเสื่อ! รอแชร์ประสบการณ์จากทุกคนนะคะ อิอิ

จาก ชุฟุจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *