ฝึกอ่านบทความภาษาญี่ปุ่น

เด็กประถมญี่ปุ่น ตอน หมวกสำหรับใส่ไปโรงเรียน

日本の小学生 通学帽編

Nihon no shougakusei  tsuugakubouhen


 

ทำไมหมวกสำหรับใส่ไปโรงเรียนต้องเป็นสีเหลืองล่ะ??

<通学帽はなぜ黄色なの?>

<Tsuugakubou wa naze kiiro nano?>

 

 

ทุกคนรู้จัก “ซือกะกุโบ” ไหมนี่คือ ”ซือกะกุโบ”  

“通学帽”って何か知っていますか?こちらが通学帽です。

“Tsuugakubou” tte nanika shitte imasuka? Kochira ga tsuugakubou desu

 

มีสองแบบโดยแยกชายหญิง คือ แบบของเด็กผู้หญิง(ข้างขวา) และแบบของเด็กผู้ชาย(ข้างซ้าย)

性別ごとに、男の子用と女の子用の2種類あります。

Seibetsu goto ni otokonoko you to onnanoko you no nishurui arimasu

 

แต่ก็ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของแต่ละภาคด้วย

แต่นักเรียนประถมญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะสวมหมวกสีเหลืองแบบนี้ค่ะ

地域によって違いはありますが、

ほとんどの日本の小学生はこの黄色い通学帽をかぶって登下校します。

Chiiki ni yotte chigai wa arimasuga

hotondo no nihon no shougakusei wa kono kiiroi boushi wo kabutte tougekou shimasu

 

พอเข้าโรงเรียนประถม นักเรียนจะได้รับหมวกแบบนี้

小学校に入ると、この帽子をもらいます。

Shougakkou ni hairuto kono boushi wo moraimasu

 

私も小学生の頃、卒業するまで、

女の子用の通学帽をかぶっていました。

ตอนที่ฉันเป็นนักเรียนประถม

ในตอนนั้นก็สวมหมวกเฉพาะเด็กผู้หญิงแบบนี้จนเรียนจบชั้นประถม

Watashi mo shougakusei jidai niwa sotsugyou suru made

onnanoko you no tsuugakubou wo kabutte imashita

 

สมัยนี้ที่โรงเรียนประถมของลูกฉัน นักเรียนชั้นป.1 พวกเขาต้องใส่หมวกสีเหลืองตามหน้าที่ที่กำหนด

現在、私の子供の小学校は、1年生は必ず黄色の通学帽をかぶることが義務付けられていますが、

Genzai watashi no kodomo no shougakkou wa ichinensei wa kanarazu kiiro no tsuugakubou wo kaburu kotoga gimu duke rarete imasu ga

 

 

ส่วนนักเรียนป.2 ถึง ป.6 พวกเขาใส่หมวกสีอะไรก็ได้ แล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน

2年生~6年生は、どんな色の帽子をかぶってもよく、

それぞれの好みの帽子をかぶります。

2 Nensei kara 6 nensei wa donna iro no boushi wo kabuttemo yoku

sorezore no konomi no boushi wo kaburimasu

 

แต่เดี๋ยวนี้บางโรงเรียนจะมีหมวกแค่แบบเดียวเท่านั้น

เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างเพศ

しかし最近では性別の差をなくすということで、

1種類だけの学校もあります。

Shikashi saikin dewa seibetsu no sa wo nakusu toiukoto de

isshurui dakeno gakkou mo arimasu

 

ส่วนโรงเรียนประถมของลูกฉัน

เมื่อ 3 ปีก่อนเปลี่ยนมาเป็นใช้หมวกแบบเดียว

私の子供の学校は、

3年前に一種類のみに変わりました。

Watashi no kodomo no gakkou wa

sannenmae ni isshurui nomi ni kawari mashita

 

ว่าแต่ว่าทำไมถึงเป็นหมวกสีเหลือง

ところでなぜ、黄色の帽子なのでしょうか?

Tokorode naze kiiro no boushi nanode shouka

ไฟเหลืองมีความหมายว่าอะไรคะ

黄信号の意味はなんですか?

Ki shingou no imi wa nandesuka

 

 

ก็คือ ”ความระมัดระวัง” ใช่ไหมคะ

“注意” ですね。

“Chuui” desune

สีเหลืองเป็นสีที่มองเห็นได้ชัด

黄色は、認識しやすい色です。

Kiiro wa ninshiki shiyasui iro desu

 

 

 

เพราะฉะนั้นมันถูกใช้บ่อยต่อสิ่งของที่จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวัง

だから、注意を促す必要があるものによく使われます。

Dakara chuui wo unagasu hituyou ga aru mono ni yoku tsukawaremasu

 

ดังนั้น หมวกสำหรับใส่ไปโรงเรียนเป็นสีเหลืองก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

通学帽が黄色いのは安全のためですね。

Tsuugakubou ga kiiroinowa anzen no tame desune

 

แล้วสาเหตุที่ทำหมวกสำหรับใส่ไปโรงเรียนขึ้น

ก็เพราะเมื่อปีคศ1961 ในตอนนั้นมีอุบัติเหตุจราจรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

そして、通学帽が作られた理由ですが、

1961年当時、交通事故が急増していました。

Soshite tsuugakubou ga tsukurareta riyuu desuga

1961 nen touji koutsuujiko ga kyuuzou shite imashita

 

เพื่อป้องกันเรื่องนี้หมวกสำหรับใส่ไปโรงเรียนจึงถูกจัดทำขึ้น

และแจกให้นักเรียนใหม่ประถม 1

それを防ぐために、通学帽が作られ、

新一年生に配られるようになりました。

Sore wo fusegu tameni tsuugakubou ga tsukurare

shinichinensei ni kubarareru youni narimashita

 

ส่วนประเทศหรือภูมิภาคของทุกคนเป็นอย่างไรคะ

มีหมวกนักเรียนไหม

ถ้ามี  สีอะไรคะ

みなさんの国や地域はどうですか? 

通学帽はありますか 

もしあるなら何色ですか?

Minasan no kuni ya chiiki wa dou desuka

tsuugakubou wa arimasuka moshi

arunara naniiro desuka

 

นอกจากนี้สีเหลืองยังเป็นสีแห่งความสุขด้วย 

また、黄色は幸福のイメージの色です。

Mata kiiro wa koufuku no ime-ji no iro desu

ฉันแนะนำว่าคุณน่าจะลองหาอะไรสักอย่างที่เป็นสีเหลืองเอามาติดตัวไว้ดูนะคะ

あなたも、身につけるものに黄色を取り入れてみてはいかがでしょうか。

Anatamo minitsukeru mono ni kiiro wo toriiretewa ikaga deshouka


 

ผู้เขียนเรื่องนี้

ฉันชื่อ มายูมิ  ชื่อไทย “มะนาว” เป็นคนญี่ปุ่น อยู่ที่จังหวัดไอจิ

เคยอยู่ที่กรุงเทพฯ 2 ปีครึ่ง เพราะสามีไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนที่ฉันอยู่กรุงเทพฯ

ได้สัมผัสความมีน้ำใจของคนไทย ทำให้รักคนไทยและเมืองไทย

ตอนนี้เป็นแม่บ้านและทำงานเป็นครูสอนภาษาไทย

ฉันอยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไทย

งานอดิเรก คือ การท่องเที่ยว เรียนภาษาไทย

ดูแลลูก ดูละครญี่ปุ่น ดูหนัง ไปร้านกาแฟน่ารักๆ เป็นต้น

 

 

                                                                                                                   เรื่องโดย มะนาว

 

 

ภาพอ้างอิง https://www.photo-ac.com

ข้อมูลอ้างอิง

ヘッドライト早期点灯研究所 https://www.omoiyari-light.com/LAB/RESEARCH/000778.html

色カラ― https://iro-color.com/episode/about-color/yellow.html

 

การไปโรงเรียนของเด็กประถมญี่ปุ่น

บทความสองภาษาไทย ー ญี่ปุ่น

เรื่องโดย มะนาว


「通学団」って、聞いたことある?>

<「Tsugakudan」 tte kiitakoto aru?>

เคยได้ยินคำว่า “ซือกะกุดัน” ไหมคะ

ในโรงเรียนประถมของญี่ปุ่นนั้น

ส่วนใหญ่จะมีกลุ่มนักเรียนที่ไปโรงเรียนด้วยกัน

(เรียกว่า “ ซือกะกุดัน”)

日本の小学校では、多くの小学校に通学団があります。

Nihon no syougakkou dewa ooku no syougakkou ni tsuugakudan ga arimasu

 

ซือกะกุดันจะแบ่งตามเขตการศึกษา

โดยแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ อีกหลายกลุ่ม

เรียกว่า“ซือกะกุฮัน” ค่ะ

通学団は学区ごとに分かれており、

学区を更にいくつかの小さいグループに分けたものを通学班と言います。

Tsuugakudan wa gakku goto ni wakareteori

gakku wo sarani ikutsuka no chiisai guruupu ni waketamono wo tsuugakuhan to iimasu

通学団名 つうがくだんめい ชื่อกลุ่ม
集合時間 しゅうごうじかん เวลานัดพบ
出発時間 しゅっぱつじかん เวลาออกเดินทาง

 

 

ส่วนท้องถิ่นที่ฉันอยู่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเล็กนั้น

เด็กๆไปโรงเรียนกันเป็นกลุ่ม “ซือกะกุฮัน”

私の地域もその一つで、

子供たちは通学班で登校をします。

Watashi no chiiki mo sonohitotsu de

kodomotachi wa tsuugakuhan de toukou wo shimasu

 

“ซือกะกุฮัน”ถูกแบ่งโดยกลุ่มอาจารย์ 

อย่างเช่น จากบ้านนี้ถึงบ้านนั้นเป็นกลุ่มที่ จากบ้านนั้นถึงบ้านโน้นเป็นกลุ่มที่ 2 เป็นต้น

通学班は先生たちによっていくつかの班に分けられます。

例えば、ここからそこまでの家は1班、

そこからあそこまでの家は2班 というようにです。

Tsuugakuhan wa senseitachi niyotte ikutsuka no han ni wakeraremasu

Tatoeba kokokara sokomade no ie wa ippan,

sokokara asokomade no iewa nihan to iuyouni desu

 

 

นักเรียนประถมในกลุ่มที่ถูกแบ่ง

ตั้งแต่ระดับตั้งแต่ชั้นประถม 1 ถึงชั้นประถม 6

จะไปโรงเรียนด้วยกัน

区分けされた班の小学生は、

1年生~6年生までみんな一緒に通います。

Kuwakesaretahan no syougakusei wa,

ichinensei kara rokunensei made minna issyoni kayoimasu

 

ช่วงฤดูใบไม้ผลิ นักเรียนใหม่ประถม 1 จะเข้าโรงเรียน

春の時期は、新一年生が入学します。

Haru no jiki wa shinichinensei ga nyuugakushimasu

 

เมื่อถึงช่วงเวลานั้น

นักเรียนชั้นสูงในกลุ่ม “ซือกะกุฮัน”

ที่ได้รับการแต่งตั้งมีหน้าที่ดูแลรุ่นน้อง

จะต้องเดินไปรับนักเรียนชั้นป 1 ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันถึงที่บ้าน

และพารุ่นน้องไปจุดนัดพบรวมตัวกัน 

その時期になると、

係に任命された通学班の高学年の子は

毎朝、同じ班の1年生の子の家へ迎えに行き、

集合場所まで連れて行きます。

Sonojiki ni naruto

kakari ni ninmeisareta tuugakudan no kougakunen no ko wa

maiasa onajihan no ichinensei no kono ie e mukae ni iki,

syuugoubasyo made tsurete ikimasu

ภาพจาก https://webun.jp/item/7661699

 

นี่เป็นหน้าที่ของนักเรียนชั้นสูง

これは高学年の子の役割です。

Kore wa kougakunen no ko no yakuwaridesu

 

เรียกว่า โอเซวากะกะริ”

(คนที่ดูแลนักเรียนรุ่นน้อง)ค่ะ

これを「お世話係」と呼びます。

Kore wo 「osewagakari」 to yobimasu

 

หน้าที่นี้ต้องทำต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน จนกว่านักเรียนชั้นป 1 จะเคยชินกับกลุ่มนี้

慣れるまでの1週間は、この役割は続きます。

Narerumade no isshuukan wa konoyakuwari wa tsuzukimasu

 

ถ้ามีนักเรียนชั้นป 1 จำนวน 3 คนจำเป็นจะต้องมีคนที่ดูแลจำนวน 3 คนค่ะ  

もし新1年生が3人いたら、お世話係は3人必要です。

Moshi shinichinensei ga sannin itara

osewagakari wa sannin hitsuyou desu

 

 

ตัวอย่างเช่น คนที่ดูแลเฉพาะน้องริกุโตะ  ประมาณนี้

りくとくんのお世話係、というようにです。

Rikuto kun no osewagakari toiu youni desu

 

สำหรับการเลือกนักเรียนที่ดูแลกลุ่มจะขึ้นอยู่กับทางโรงเรียน

お世話係をする子をどうやって選ぶかは、学校によります。

Osewagakari wo suruko wo douyatte erabuka wa gakkou ni yorimasu

 

ส่วนเขดการศึกษาที่เราอยู่ หากมีพี่น้องแท้ๆอยู่ด้วย พี่ก็จะดูแลน้อง

แต่ถ้าไม่มีพี่ชายหรือพี่สาวในกลุ่มนี้ นักเรียนชั้นสูงที่ไม่เคยทำจะเป็นคนที่ดูแลค่ะ

私の学区の場合は、もし兄弟がいればその兄弟がお世話係に(なり)、

いなければ、その班の中でまだお世話係をやったことがない高学年の子がお世話係をします。

Watashi no gakku no baai wa moshikyoudai ga ireba sonokyoudai ga osewagakarini (nari) inakereba sonohan no naka de mada osewagakari wo yattakoto ga nai kougakunen no ko ga osewagakari wo shimasu

 

ส่วนนักเรียนคนอื่นๆ จะมารวมกันที่จุดนัดรวมตัวภายในเวลานัด

他のみんなは集合時間までに集合場所に集まります。

Hoka no minna wa syuugoujikan madeni syuugoujikan ni atsumarimasu

ถ้าทุกคนมากันครบพร้อมแล้วก็จะเดินไปโรงเรียนโดยเรียง 2 แถว

みんなが揃ったら、2列に並んで登校をします。

Minna ga sorottara niretsu ni narande toukou wo shimasu


เราคิดเองว่า นี่เป็นวัฒนธรรมที่ดีมาก

โดยมีเหตุผล 5 ข้อ ดังนี้

これはとてもいい習慣だと私は思います。

その理由は5つあります。

Kore wa totemo ii syuukann dato watashi wa omoimasu

sono riyuu wa itsutsu arimasu.

 

 

1.นักเรียนชั้นสูง พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่า

การดูแลน้องๆ รู้สึกยังไง ต้องทำอะไรบ้าง

高学年は小さい子の面倒を見るということを、

この通学班を通じて学ぶことができる

Kougakunen wa chiisaiko no mendou wo miru toiu koto wo

kono tsuugakuhan wo tsuujite manabukoto ga dekiru

 

2.สร้างสัมพันธ์กันและกันได้ในชุมชมเล็กๆ

ไม่ว่าระดับเดียวกันหรือระดับต่างกันก็ช่วยกันได้ง่ายขึ้น

通学団の中で、学年の違う近所の子たちとも、

お互いの関係を築くことができ、助け合いやすくなる

tsuugakudan no naka de. gakunen no chigau kinjo no kotachi tomo

otagai no kankei wo kizuku koto ga deki , tasukeai yasukunaru

 

 

3เนื่องจากไม่ได้เดินไปโรงเรียนคนเดียวทำให้ยากต่อการเป็นเป้าหมายของคนแปลกหน้า

一人で学校に行かないため、不審者に狙われにくい。

Hitori de gakkou ni ikanai tame fushinsya ni nerawarenikui

 

 

4.เด็กสามารถเรียนรู้กติกาในการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นกลุ่มและความสำคัญในการรักษาเวลานัด

 集団生活のルールや、

時間を守ることの大切さを学べる

 Syuudanseikatsu no ruuru ya ,

jikan wo mamorukoto no taisetusa wo manaberu

 

 

5.พ่อแม่ไม่ต้องไปส่งลูก

親が子供を送っていかなくて済む

Oya ga kodomo wo okutteikanakute sumu


วินัยเด็กญี่ปุ่นเริ่มจากจุดนี้…

ภาพลูกสาวกำลังออกไปโรงเรียน

ถ้าคุณมาถึงสาย คนอื่นๆ ในกลุ่มก็จะรอนาน อาจจะไปโรงเรียนช้า

もし集合時間に遅れたら、通学班のみんなを待たせることになります。

Moshi syuugoujikan ni okuretara tsuugakuhan no minna wo mataserukoto ni narimasu

เราคนญี่ปุ่นถูกอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่า ทำตัวไม่ให้รบกวนคนอื่นและรักษาเวลาเป๊ะๆ 

เราถูกอบรมสั่งสอนจากผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเรื่องการเดินไปโรงเรียนเป็นกลุ่ม

ที่เรียกว่า “ซือกะกุฮัน 通学班” หรือในสถานการณ์ต่างๆ ด้วย

人に迷惑をかけないように行動するということ、

時間をきっちり守るということを私たちは、

通学班やいろんな場面で大人から教えられてきました。

Hito ni meiwaku wo kakenai youni koudousuru toiukoto

jikan wo kicchiri mamoru toiu koto wo watashitachi wa

tsuugakuhan ya ironnabamend e otona kara oshierarete kimashita

 

 

คนต่างชาติพูดถึงคนญี่ปุ่นว่า เวลาต้องเป๊ะๆ ทำทุกอย่างก็ต้องเป๊ะๆ

นิสัยแบบนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากชีวิตตั้งแต่เด็กๆ อย่างนี้ 

日本人が時間にきっちりしている、全てにおいて完璧でなければならい人 と言われるのは、

このように小さい時からの影響によるものでしょう。

Nihonjin ga jikan ni kicchirishiteiru subete nioite kanpeki denakerebanaranai hito toiwarerunowa konoyouni chiisaitoki kara no eikyou niyoru mono desyou

 

คงเป็นเพราะว่าเด็กๆ ถูกปลูกฝังมาจนชินเป็นเรื่องธรรมดาในการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม

集団生活の中で当たり前のこととして

植え付けられているからなのでしょうね。

Shuudanseikatsu no naka de atarimae no koto toshite

uetsukerareteiru kara nanodesyoune

 


ผู้เขียนเรื่องนี้

ฉันชื่อ มายูมิ  ชื่อไทย “มะนาว” เป็นคนญี่ปุ่น อยู่ที่จังหวัดไอจิ

เคยอยู่ที่กรุงเทพฯ 2 ปีครึ่ง เพราะสามีไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนที่ฉันอยู่กรุงเทพฯ

ได้สัมผัสความมีน้ำใจของคนไทย ทำให้รักคนไทยและเมืองไทย

ตอนนี้เป็นแม่บ้านและทำงานเป็นครูสอนภาษาไทย

ฉันอยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไทย

งานอดิเรก คือ การท่องเที่ยว เรียนภาษาไทย

ดูแลลูก ดูละครญี่ปุ่น ดูหนัง ไปร้านกาแฟน่ารักๆ เป็นต้น

 

 เรื่องโดย มายูมิ (มะนาว)

เรียบเรียงโดย ชุฟุจัง

สตรอเบอรี่ญี่ปุ่น:"あまおう อะมาโอ้" สตรอเบอรี่ผลผลิตของจังหวัดฟุกุโอกะ

<<日本のイチゴ : 福岡特産のいちごの “あまおう “>> <<Nihon no ichigo :

คำศัพท์แชท :สัญลักษณ์ 「www」 คืออะไร?

「チャット用語 : www。。。555」 「คำศัพท์แชท : www。。。555」 日本語を勉強している皆さん nihongo o benkyoushiteiruminasan

อาหารญี่ปุ่น : กินราเมงน้ำดำครั้งแรก 初めて黒ラーメンを食べた

「日本料理 : 初めて黒ラーメンを食べた」「nihon ryouri : hajimete kuro ramen wo

เรื่องราวในญี่ปุ่น : วันที่ 6 สิงหาคม 「วันรำลึกถึงระเบิดปรมาณู」ที่ฮิโรชิม่า

「日本の出来事 : 8月6日に広島の「原爆記念日」」  「nihon no dekigoto : hachi gatsu

ฝึกอ่านภาษาญี่ปุ่น : มาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเถอะ お互いに応援しましょう!

<<~~お互いに応援しましょう!!~~>> <<~~มาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเถอะ!!~~>> やっと!金曜日が来ました。一週間頑張りましたね。 yatto ! kinyoubi ga

นิสัยการกินของคนญี่ปุ่น : คนญี่ปุ่นไม่ชอบราดซอสมะเขือเทศเวลากินพิซซ่า?

<<日本人の食習慣 : 日本人は、ピザにケチャップをかけないの?>> <<Nihonjin no shokushuukan : Nihonjin wa

5 อันดับ พฤติกรรมแบบคนญี่ปุ่นยอดฮิตที่เราเผลอทำโดยไม่รู้ตัว

สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้เรามาพูดถึงพฤติกรรมแบบคนญี่ปุ่นกันบ้างดีกว่า  ชุฟุจังเชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังทำงานบริษัทญี่ปุ่น เรียนภาษาญี่ปุ่นหรือมีความเกี่ยวข้องกับคนญี่ปุ่นจะต้องเรียนรู้และซึมซับความเป็นญี่ปุ่นบ้างไม่มากก็น้อย ตรงกับสำนวนที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม(郷に入れば郷に従え

การใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น : ไม่เจอสุนัขจรจัดที่ญี่ปุ่นสักตัวเลย

<<日本の暮らし:日本で野良犬は一匹も全然見かけない!!>> <<Nihon no kurashi : nihon de