สัมภาษณ์แม่บ้าน Vol.4 อยู่บ้านก็หารายได้เสริมได้จากงานไนโชะกุ 内職

สัมภาษณ์แม่บ้าน Vol.4

อยู่บ้านก็หารายได้เสริมได้จากงานไนโชะกุ (内職)


เมื่อมาเป็นแม่บ้านที่ญี่ปุ่นแล้วจะทำงานอะไรดี

อยากมีรายได้เป็นของตัวเองบ้าง จะหางานอย่างไรดี ทำอย่างไรถึงจะหางานทำได้

ชุฟุจังเชื่อว่าคุณแม่บ้านหลายคนคงคิดเหมือนกันเรื่องการหางานทำที่ญี่ปุ่นเพื่อเป็นการหารายได้เสริม อย่างน้อยก็เป็นเงินเก็บส่วนตัวหรือส่งกลับไปให้ครอบครัวที่ไทยได้ ดีกว่ารอเงินเดือนสามีเพียงอย่างเดียว

แต่…..ภาษาญี่ปุ่นก็ยังไม่เก่ง ระดับแค่เอาตัวรอดในชีวิตประจำวันก็ยังต้องฝึกอีกเยอะเลย

ยิ่งมีลูกด้วยแล้ว ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

อีกทั้งต้องเลี้ยงลูกทำให้การออกไปทำงานนอกบ้านก็ยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก

แล้วจะมีวิธีไหนที่แม่บ้านอย่างเราจะสามารถหางานสร้างรายได้ที่ญี่ปุ่นได้บ้าง

หลายคนที่กำลังมองหางานเสริมที่ทำบ้านอยู่

มีงานหนึ่งที่คุณแม่บ้านสามารถมีรายได้และทำที่บ้านระหว่างเลี้ยงลูกได้

งานนี้ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “งานไนโชะกุ”

 

สำหรับบทความนี้เป็นการสัมภาษณ์คุณแม่บ้านไทยในญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ทำงานไนโชะกุ

หวังว่าจะเป็นข้อมูลอ้างอิงและช่วยเป็นทางเลือกหนึ่งในการหารายได้เสริมของคุณแม่บ้านที่สนใจนะคะ

ชุฟุจัง : สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ตอบรับให้สัมภาษณ์และแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ให้กับพวกเรานะคะ   รบกวนแนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยค่ะ

คุณเทียร์ :ชื่อเล่น เทียร์  มีลูกทั้งหมด 4 คน อายุ 9ขวบ , 6ขวบ ,4 ขวบ และ 1 ขวบค่ะ

อาศัยอยู่ที่นาโกย่า จังหวัด ไอจิ อาชีพก่อนมาเป็นแม่บ้านตอนอยู่ไทยเป็นล่ามฟรีแลนส์

แต่งงานที่ไทยแล้วย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นประมาณ11-12ปีแล้วค่ะ งานอดิเรกก็เล่นเกมส์ ดูซีรี่ย์เกาหลี ค่ะ 555  

 

ชุฟุจัง : รบกวนช่วยเล่าจุดเริ่มต้นของการทำงานไนโชะกุให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

เริ่มตอนไหน ตอนนั้นคิดอย่างไร เริ่มต้นมีอุปสรรคอะไรไหม และขั้นตอนในการสมัครมีอะไรบ้างคะ

คุณเทียร์ :จุดเริ่มต้นในการทำงานไนโชะกุ เริ่มจากตอนท้องลูกคนที่2 เลยตั้งใจจะเป็นแม่บ้าน ทำงานเบาๆอยู่บ้าน 555 แต่จริงๆ งานส่วนใหญ่ไม่เบานะคะ ต้องขอบอกก่อนว่า เราทำงานไนโชะกุมาหลายที่มากเลยค่ะ แต่ละที่ลักษณะงาน ค่าตอบแทนต่างกัน นะคะ

อีกเรื่องค่ะ งานไนโชะกุ เราทำเป็นงานเสริม ปกติเราเป็นล่ามตามโรงงาน

เริ่มแรกเลย หางานจากอินเตอร์เน็ตก่อน ลองพิมพ์คำว่า 内職募集(ないしょくぼしゅう) แล้วก็เขตที่ตัวเองอยู่ ตอนนั้นเทียร์อยู่ นาโกย่าเขตมินาโตะ ก็พิมพ์ลงไปว่า 内職募集 名古屋市 港区 มันก็จะมีเยอะแยะมากมาย ทั้งในเขตที่เราอยู่ และเขตอื่นๆที่ไกลออกไป

คุณสมบัติในการสมัครก็จะมีเขียนเอาไว้หมดเลยค่ะ ว่ารับอะไรบ้าง งานเป็นแบบไหน เราลองโทรเข้าไปสอบถามที่ใกล้ๆ บ้านก่อนว่าเราสนใจ อยากสมัครงานประเภทไนโชะกุ เค้าก็จะเรียกสัมภาษณ์ พอไปถึงบริษัทก็จะอธิบายลักษณะงานต่างๆ รวมไปถึงค่าแรงจะจ่ายแบบไหน บางที่เลือกได้ว่าจะจ่ายเดือนละครั้ง หรือว่า 15วันครั้ง จ่ายเข้าบัญชีเลย หรือแบบจ่ายเงินสด

บางทีก็เลือกไม่ได้ค่ะ บางที่มีอบรมก่อนด้วยนะคะ ถ้าเราโอเคจะสมัครก็เริ่มได้เลย หลักฐานการสมัครของทุกที่เหมือนกันค่ะ คือต้องมี มายด์นัมเบอร์ (マイナンバー) และ ต่างชาติก็ต้องมีไซริวการ์ด(在留カード) และสมุดบัญชีธนาคาร(口座通帳 こうざつうちょう) ด้วยค่ะ กรอกใบสมัครเสร็จก็เริ่มงานได้เลยค่ะ

ก่อนทำอย่าลืมอ่านสัญญาจ้างงานในละเอียดนะคะ ส่วนมากห้ามนำข้อมูลหรือชื่อบริษัทไปเปิดเผยค่ะ

ดังนั้นเราจะขอไม่บอกชื่อบริษัทนะคะ  อีกเรื่องควรมีรถยนต์ขับไปรับงานนะคะ เพราะส่วนใหญ่งานที่เทียร์รับมาทำเป็นงานกล่องใหญ่ทั้งนั้นเลย จักรยานคงไม่ไหว

 

ชุฟุจัง : เริ่มงานแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ ลักษณะงานเป็นอย่างไร และได้ค่าตอบแทนประมาณเท่าไหร่ต่อเดือนคะ

คุณเทียร์ :เริ่มที่บริษัทแรกนะคะ ในบริษัทจะมีงานหลายประเภทมาก ทั้งติดสติ๊กเกอร์ เช็คชิ้นงาน ใส่ตะเกียบในถุงเป็นเซ็ต เรียงปฎิทินใส่ถุง ประมาณนี้ค่ะ งานแต่ละอย่างค่าแรงต่างกัน ช่วงแรกๆ เราก็ยังเลือกงานไม่ได้ค่ะ เค้าจัดอะไรมาเราก็ทำแบบนั้น โดยเค้าจะถามเราว่า

มาส่งงานได้วันไหน เพราะแต่ละชิ้นงานมีกำหนดวันส่งตายตัวห้ามเลท

ส่วนมากจะกำหนดส่งงานวันเว้นวัน เราทำทุกอย่างเลยค่ะ ถึงจะเป็นงานกล่องใหญ่แต่น้ำหนักเบาค่ะ ถึงจะท้องก็ยกได้ไม่ลำบากค่ะ ค่าแรงของแต่ละงานจะต่างกัน ถ้ามีความซับซ้อนหลายจุด เช่น จับแยกงาน ตึงพาสติกออก ติดสติ๊กเกอร์ ใส่ซอง ปิดผนึก เลียงลงกล่อง อะไรแบบนี้ก็จะได้ค่าแรงแต่ละชิ้นเยอะขึ้นตาม

เดือนแรกเราได้ค่าแรงประมาณ3-4หมื่นเยน แต่รู้สึกว่าทำทุกวันเลยนะ มันน้อยยยยยจนต้องหางานไนโชคุที่อื่นเพิ่ม (เอาจริงของานเพิ่มจากที่เดิมก็ได้นะคะ)

ที่ที่2 ก็ใกล้ๆบ้านเหมือนกัน อยู่ไม่ห่างจากบริษัทแรกเท่าไร ที่นี่ส่วนมากจะเป็นของพรีเมียมที่แจกตามห้างหรือสวนสนุก แต่ค่าแรงต่อชิ้นบริษัทที่สองถูกมากกกก เดือนนึงได้ประมาณ 1 หมื่นค่ะ เราไปรับงานทั้ง2ที่ทุกวัน ได้รายได้ประมาณไม่เกิน 5 หมื่นต่อเดือน แต่ที่2ไม่ค่อยมีงานเท่าไรค่ะ วันไหนมีงานเข้ามาเค้าก็จะโทรมาถามก่อนว่าจะรับงานมั้ย บางเดือนค่าแรงได้น้อยมาก เลยหางานเพิ่มค่ะ

ที่ที่3 อยู่อีกเขตเลยค่ะไม่ใช่นาโกย่า อยู่โตโยอะเกะ คือ ขับรถไปเกือบ 40นาทีจากบ้านค่ะ ที่นี่ก่อนสมัครมีอบรม3ชม เออ ต้องบอกก่อนว่าทั้ง2ที่แรกไม่มีอบรม แต่ก่อนรับงานจะมีอธิบายงานให้ฟังก่อนแล้วลองให้ทำดูประมาณ10-20ชิ้น แล้วถึงให้เอางานกลับไปทำได้ แต่ที่ที่3มีอบรมก่อนแต่ยังไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของงานเท่าไร แค่เหมือนอธิบายระบบการทำงาน การจ่ายตังค์เท่านั้นค่ะ ตัดสินใจสมัครก็ยังไม่ได้รับงานเลย ต้องมาวันรับต่อไป

Cr.baitoru.com

อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าที่ที่2ไม่ค่อยมีงานเท่าไร เราก็เลยหาเพิ่ม โดยที่ที่4อยู่ใกล้บ้านที่เพิ่งย้ายมาใหม่พอดี บริษัทนี้เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นงานจะเล็กๆแล้วเอาไปใส่กับอีกชิ้นงานอื่น ค่าแรงต่อชิ้นก็จะน้อยกว่าที่ที่1,2,3พอสมควร ต่อเดือนเราจะได้ประมาณ1-2หมื่น โดยที่เราจะไปรับงานวันเว้นวัน โดยรวมรายได้ต่อเดือน ที่ไม่รวมงานล่ามก็จะได้ประมาณ4-5หมื่นเยน เดือนไหนไม่มีงานล่ามคือมันจะน้อยมากกก เราเลยหาเพิ่มอีกที่ ซึ่งเป็นที่ที่เราทำจนถึงทุกวันนี้ ทำมาเกือบ5ปีแล้วค่ะ

ที่สุดท้ายนี้เราก็หาเหมือนกับทุกที่ คือจากอินเตอร์เน็ต แล้วก็โทรสอบถาม บริษัทเป็นชิ้นรถยนต์ทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นงานตรวจเช็คชิ้นงานด้วยตาเปล่า หรือมีอุปกรณ์ในการตรวจมาให้

แต่ที่นี่เราเลือกได้ว่าจะทำมากน้อยตามกำลังของเราเลย เราเริ่มทำที่นี่โดยได้รับค่าแรงเดือนละประมาณ 6 หมื่นเยน เราเลือกรับงานแค่ ที่แรกกับที่สุดท้ายเท่านั้นเพราะคุ้มกับค่าน้ำมันรถหน่อย โดยที่แรกเราเลือกงานที่ส่งอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งเป็นงานที่ได้ค่าแรง 7 พันเยน หนึ่งเดือนก็จะประมาณ2หมื่นเยน ที่สุดท้ายก็เดือนละ6หมื่นเยน รวมประมาณ7-8หมื่นเยนต่อเดือนไม่รวมรายได้จากงานอื่น(เราทำงานหลายอย่างมาก555)

ชุฟุจัง : อยากทราบว่า งานไนโชะกุเฉลี่ยแล้วใช้เวลากี่ชั่วโมงต่อวันคะ ในกรณีของคุณเทียร์

คุณเทียร์ :ชั่วโมงในการทำงานไนโชะกุที่บ้าน อยู่ที่ประมาณ 4-5ชม.ต่อวัน งานอื่นนอกบ้าน งานเลี้ยงลูกงานบ้าน ร่างแหลกมากกกกกค่ะ พอเริ่มมีลูกคนที่ 3 เราก็ทำงานไนโชะกุที่สุดท้ายที่เดียวมาตลอดค่ะ

ก่อนโควิดยังมีงานล่ามตลอดจนถึงคลอดลูกคนที่4 น้องคลอดช่วงโควิดกำลังเข้าญี่ปุ่นพอดี งานล่ามเลยหายหมดเกลี้ยง เหลือแต่งานไนโชะกุอย่างเดี่ยวที่เป็นรายได้หลักของเราตอนนี้ (ไม่รวมเงินที่ขอจากสามีนะคะ555) โดยที่เรารับงานเพิ่มขึ้นจากวันละ 6 กล่อง เป็น10กล่อง

รายได้ต่อเดือนก็จะอยู่ที่1แสนเยนค่ะ ปล.ทุกบริษัทไนโชะกุมีรายละเอียดเงินค่าจ้าง (明細書 meisaisho) ให้ทุกที่ยกเว้นที่สุดท้ายค่ะ จะเป็นใบเสร็จรับเงินเเทน แล้วที่สุดท้ายต้องทำงาน 2 เดือนถึงจะได้เงินเดือนค่ะ

เช่น เงินเดือนของเดือน8 จะไปออกวันที่ 10 เดือน 10 ส่วนใหญ่เราจะอธิบายเกี่ยวกับได้ราย แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลอื่นเพิ่มเติมก็ถามได้นะคะ คิดว่าน่าจะพอมีประโยชน์ต่อแม่บ้านไทยในญี่ปุ่นบ้างนะคะ

อีกเรื่อง คือ ภาษาญี่ปุ่นก็จำเป็นพอสมควรนะคะ เพราะก่อนรับงานเค้าก็อธิบายข้อควรระวังต่างๆ ในแต่ละงาน ถ้าแบบไม่ได้เลย เค้าก็ไม่รับ แต่ถ้าผ่านช่วงแรกไปได้ ที่นี่ก็สบายแล้วค่ะ

ชุฟุจัง : อยากทราบค่าชิ้นงาน แต่ละประเภทงาน เอาคร่าวๆ ก็ได้ค่ะ
ถ้าแนะนำสำหรับคนที่เริ่มทำ และถ้าทำคล่องแล้วควรอัพเลเวลรับงานแบบไหนคะ
คุณเทียร์ :ปกติชิ้นงานที่เป็นพวกติดสติ๊กเกอร์ต่างที่เรารับ ตกเซ็ตละ 0.2-0.7เยน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน ส่วนที่เป็นงานQCชิ้นส่วนรถยนต์ ตกชิ้นละ0.4-0.5เยน ถ้าเป็นงานประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ตกชิ้นละ 0.65-0.75 ที่เรารับมาส่วนมากจะเป็นกล่อง,กล่องละ1,500ชิ้น เท่ากับว่า 1,500*0.4=กล่องละ 600เยน รับมา10 กล่อง = 6,000เยน ต่อวัน
ชุฟุจัง : โหหห งานไนโชะกุก็ไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดนะคะเนี่ย
และรายได้ก็ดีกว่าที่คิดเช่นกัน 55 อันนี้แล้วแต่บริษัทและก็ขึ้นอยู่กับประเภทงานด้วยเนอะคะ
อ่านแล้วทำให้เข้าใจและเห็นภาพการทำงานของไนโชะกุแบบละเอียดมากขึ้นเลยค่ะ
พอดีมีคุณแม่บ้านติดต่อมาถามเกี่ยวกับการหางานไนโชะกุเยอะมากเลยค่ะ
อยากทราบว่า ถ้าคนที่ไม่ค่อยได้ภาษา และ ขับรถไม่เป็น จะมีเปอร์เซ็นต์ได้งานมากน้อยแค่ไหนคะ
หรืออาจต้องให้สามีช่วยติดต่อและไปรับส่งงานให้
คุณเทียร์ :ใช่ค่ะ ก็ต้องหาหลายๆที่นะคะ อย่างที่บอกว่าบางที่เราเลือกไม่ได้ว่าจะทำเท่าไร เค้าจะเซ็ตไว้เลย ถ้าเลือกว่าจะทำเท่าไรได้ ก็แล้วแต่เราเลยค่ะว่ามีกำลังทำได้มากน้อยขนาดไหน ส่วนตัวช่วนไหนรับมาทำเยอะ ได้มากสุดแสนหกก็มีค่ะ ตอนสถานการณ์ปกติเราทำได้เดือนประมาณแสนสองถึงแสนหก แต่พอโควิดงานล่ามไม่มีเลยเข้าฟุโยของสามีเลยต้องจำกับรายได้ให้น้อยลงด้วย ส่วนเวลาในการทำงาน เราก็ทำไปเลื่อยๆเลยนะคะ บางวันพาลูกๆเข้านอนแล้วลงมาทำงานต่อก็มีค่ะ คือเหนื่อยร่างแทบขาด เพื่อเงินตัวเดียว555
ส่วนเรื่องถ้าไม่ได้ภาษาหรือไม่มีรถ ที่ที่เราเคยทำทั้งหมดไม่รับเลยค่ะ แต่ที่อื่นไม่แน่ใจนะค่ะ เพราะตอนรับงานเค้าจะอธิบายละเอียดมาก ถ้าฟังได้นี่ก็ลำบากอยู่นะคะ รายละเอียดเยอะ ของแต่ละงานก็ต่างกันค่ะ ส่วนเรื่องให้สามีติดต่อให้ ไปรับของให้ เราไม่แน่ใจว่าได้ไหม แต่บริษัทเราห้ามคนที่ไม่ได้อบรมจับชิ้นงานค่ะ บางทีเวลามีงานNGหลุดเข้าไป เค้าจะหาสาเหตุว่าหลุดได้ยังไง
ชุฟุจัง : มีอุปสรรคความยุ่งยากเรื่องอื่นไหมคะ เช่น การจัดเก็บข้าวของ การจัดเวลาเพื่อทำงาน ถ้าพูดถึงความคุ้มค่า สุดท้ายแล้วมองงานนี้อย่างไร และ ถ้าเป็นไปได้อยากทำงานอื่นหรืออยากทำงานนี้ต่อไปคะ
ถ้าให้แนะนำสำหรับคนที่อยากทำ ก็เริ่มจากหาที่ใกล้ๆบ้านดูก่อนว่ามีมั้ย ลองทำหลายๆที่ เทียบกันดูว่าที่ไหนคุ้มค่ารถมากกว่ากัน

คุณเทียร์ :อุปสรรคของเราก็มีค่ะ คือ เด็กที่บ้านชอบมาเล่นใกล้ๆเวลาทำงาน บางทีก็แอบเอาของเล่นใส่ไปในกล่องชิ้นงาน เราถูกบริษัทว่าเหมือนกัน ตอนนี้เลยเปลี่ยนไปทำงานห้องที่ไม่มีเด็กอยู่

ส่วนวิธีการจัดเก็บ เราวางเรียงกันไว้ตรงทางเข้าส่วนทางเข้าประตูบ้าน (玄関 genkan)เลยค่ะ เต็มเอียด คือ ช่วงนี้ไปรับงานวันเว้นวันเลยรับมีครั้งละ 20กล่อง เต็มทางเข้าบ้านเลยค่ะ 555
ส่วนตัวเรามองว่างานนี้เหมาะสำหรับคนอยู่บ้าน มีลูกเล็กออกไปทำงานข้างนอกลำบาก แต่เวลาในการทำงานมันไม่แน่นอน เพราะวันๆงานแม่บ้านเยอะมากอยู่แล้ว เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ลูกหลับก็ทำงานต่อ มันเหมือนทำงานตลอดเวลาไม่มีวันหยุด เสาร์อาทิตย์ก็ทำ5555 มันรู้สึกว่าเหนื่อยกว่าไปทำงานนอกบ้าน แต่ถ้าถามว่าอยากไปทำงานอื่นนอกบ้านมั้ย
ถ้าอนาคตมีงานที่มั่นคงกว่าล่าม ก็อาจจะไม่ทำไนโชะกุแล้วค่ะ แต่ถ้ายังทำงานล่ามอยู่ก็คงทำไปเรื่อยๆ ดีกว่าปล่อยเวลาว่างเฉยๆ ทางนี้ลูกเยอะค่ะ เลยต้องทำงานเยอะ555

อ่านบทสัมภาษณ์จากประสบการณ์ตรงของคุณเทียร์แล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
คิดว่าทุกคนคงมองภาพงานไนโชะกุชัดขึ้นแล้วใช่ไหมคะ
แล้วมาติดตามบทสัมภาษณ์คุณแม่บ้านไทยและญี่ปุ่นต่อไปได้ทางเว็ปไซต์ shufuchan.comนี้นะคะ
                                                                                           ขอบคุณคุณเทียร์ ผู้ให้สัมภาษณ์ 
                                                                                                                 บทสัมภาษณ์โดย ชุฟุจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *